chat room, chat rooms, free chat rooms, chat, java chat room, java chat, chatroom, chatrooms.

การ Chat ในแบบ Web Chat และ Web board นั้นมีการทำงานพื้นฐานแบบเดียวกันนั่นคือ เป็นการสนทนากันโดยผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ไม่ได้ติดต่อกันเองระหว่างเครื่องคู่สนทนา กล่าวคือ เมื่อคุณพิมพ์ข้อความพูดคุยและส่งไป ข้อความนั้นจะถูกส่งไปเก็บยังเซิร์ฟเวอร์กลางและแสดงผลข้อความนั้นส่งกลับมาในภาพรวมทั้งหมด รวมถึงส่งต่อไปยังเครื่องอื่น ๆ ที่ออนไลน์อยู่กับเซิร์ฟเวอร์นั้นด้วย ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นข้อความต่าง ๆ ที่เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งก็เรียกได้ว่าการ Chat แบบนี้เป็นการทำงานแบบโต้ตอบกับเครื่องที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้โปรแกรมบราวเซอร์เป็นตัวช่วยในการดึงและส่งข้อมูล
ความรวดเร็วในการโต้ตอบและแสดงผลก็จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการติดต่อกันระหว่างเครื่องของผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ จำนวนผู้ที่เข้าติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางในขณะนั้น ๆ ก็มีผลต่อความเร็วในการโต้ตอบด้วยเช่นกัน
ส่วนการ Chat แบบใช้โปรแกรมโดยเฉพาะนั้น การทำงานจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มักจะถูกสร้างขึ้นให้มีความสามารถในการคุยมากกว่าการคุยบนเว็บ เพื่อรองรับสำหรับผู้ที่ชอบการคุยเป็นชีวิตจิตใจ คุยกันเป็นล่ำเป็นสัน โปรแกรมที่ได้รับความนิยมก็มีมากมายขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ใช้โปรแกรม IRC ก็เป็นหนึ่งที่มีช่างเมาท์เป็นสาวกกันอยู่มากมาย โปรแกรมประเภทนี้ก็อย่างเช่น PIRCH , mIRC ซึ่งมีการทำงานคล้าย ๆ กับ Web Chat คือ เป็นการคุยกันผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง โดยบนเซิร์ฟเวอร์จะมีการแบ่งเป็นห้อง ๆ ให้เลือกเข้าไปคุยกันตามแต่ความสนใจ/ความถนัดส่วนบุคคล นอกจากโปรแกรม IRC แล้วก็ยังมีอีกโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากนั่นคือ โปรแกรม ICQ ซึ่งโปรแกรมนี้มีการทำงานที่แตกต่างออกไป คือเป็นการสนทนาที่มีทั้งติดต่อกันเองระหว่างเครื่องคู่สนทนา ซึ่งก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้ ICQ เป็นโปรแกรมสนทนายอดฮิตในหมู่มวลช่างเมาท์ออนไลน์ แต่ยังคงพึ่งเซิร์ฟเวอร์กลางด้วยในการตรวจสอบสถานะ online – offline ของคู่สนทนา รวมทั้งการฝากข้อความข้อมูลต่าง ๆ ถึงกันในช่วง offline
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.geocities.com/meetingshop2000/chat.htm

ลักษณะการ Chat ในปัจจุบันมีลูกเล่น มีอะไรแปลกให้ตื่นเต้น เพิ่มสีสันกันมากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความแตกต่าง น่าสนใจ เรียกบรรดาช่างเมาท์ทั้งหลายให้เข้ามาคุย คุย แล้วก็คุยกันนั่นเอง เราสามารถสรุปรูปแบบการ Chat อย่างกว้าง ๆ ได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกัน คือ
1. Web Chat หรือบางคนก็เรียก Chat room เป็นการเข้าไปคุยกันในเว็บที่จัดให้บริการ เป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้บราวเซอร์ปกติ เหมือนท่องอินเตอร์เน็ตทั่วไป รูปแบบ หน้าตา ความสามารถ และบรรยากาศของห้องคุยก็จะขึ้นอยู่กับผู้สร้างสรรค์เว็บบริการนั้น ๆ ว่าให้ความสนุกสนานแปลกใหม่ น่าสนใจมากน้อยอย่างไร
2. Web board หรือ Message board เป็นการฝากข้อความหรือคำถามไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งมักจะเป็นคำถามที่ต้องการข้อมูลที่ลึกกว่าการคุยโต้ตอบกันในทันที ตัวอย่างเช่น สอบถามเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนโปรแกรม วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์/วิจารณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะการสนทนาแบบนี้มีเวลาในการคิด-กลั่นกรองข้อความที่จะโต้ตอบ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีระดมความรู้ ความคิดเห็น และแจ้งหรือประกาศสาระประโยชน์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย เมื่อมีผู้เข้ามาพบมาอ่านและอยากใส่ข้อความโต้ตอบก็สามารถพิมพ์ลงไปได้ โดยจะมีการเก็บเอาไว้ภายใต้หัวข้อเดียวกันบนเซิร์ฟเวอร์ในระยะเวลาหนึ่ง
3. โปรแกรม Chat โดยเฉพาะ เป็นการสนทนากันโดยใช้โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการคุยโดยเฉพาะ ซึ่งมีความสามารถในการคุยสูงกว่า 2 แบบที่ผ่านมา ตัวอย่างโปรแกรมก็เช่น PIRCH , mIRC, ICQ เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.geocities.com/meetingshop2000/chat.htm

อินเตอร์เน็ต นอกจากจะให้เราได้ค้นหาข้อมูล ข้อเท็จจริง งานวิจัยต่าง ๆ ได้มากมายแล้ว ก็ยังหาเพื่อนสนิทชนิดไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากันเลยก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นปรึกษาปัญหา หรือประโยชน์ใด ๆ ก็ตามแต่ และในปัจจุบันก็เป็นบริการที่มีผู้คนหันมาสนใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด เรียกได้ว่า งานนี้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย
Chat ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สนทนาอย่างเป็นกันเอง ช่างคุย สำหรับในอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน ต่างกันเพียงแค่เป็นการคุยโดยใช้วิธีพิมพ์ข้อความลงไปเท่านั้น ไม่ได้ใช้เสียง แต่ก็มีบางโปรแกรมที่สามารถคุยแล้วสามารถเห็นหน้ากัน หรือแม้แต่ได้ยินเสียง ซึ่งปัจจุบันก็ทำได้แล้ว อาทิเช่น โปรแกรม Net meeting , ICQ ซึ่งผู้ใช้ต้องมี กล้องดิจิตอล ถ้าหากต้องการเห็นหน้า และมีไมโครโฟน ถ้าหากต้องการคุยกัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น คนที่เราต้องการคุยด้วยก็ต้องมีกล้องและมีไมโครโฟนด้วยเช่นกัน
ถ้าจะว่าไป การเข้ามา Chat บนอินเตอร์เน็ตก็คล้ายกับการเข้าไปในงานปาร์ตี้ที่ต้องมีการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา มีการแบ่งกลุ่มสนทนากันในหัวข้อตามที่ชอบที่สนใจ ที่ถนัด ซึ่งบนอินเตอร์เน็ตก็แบ่งเป็นห้อง ๆ สำหรับสนทนาในหัวข้อต่าง ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็คือ Chat room นั่นเอง สิ่งที่ต่างกันก็คงจะเป็นในงานปาร์ตี้ผู้คนต่างพบหน้า สนทนาด้วยเสียง พูดคุยโต้ตอบกันไปมา เห็นลีลาท่าทาง แววตาว่าจริงใจขนาดไหน แต่บนอินเตอร์เน็ตจะใช้วิธีพิมพ์ข้อความลงไปแล้วส่งโต้ตอบกันไปมา โดยจะมีชื่อผู้พิมพ์และข้อความแสดงขึ้นในหน้าต่างสำหรับ Chat บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่เห็นหน้าค่าตา ไม่เห็นบุคลิกที่แท้จริงของคู่สนทนา ยิ่งทำให้หลอกกันได้ง่ายมากขึ้นไปอีก จนเกิดเป็นคำถามยอดฮิตว่า คู่ Chat ของเรานั้นเชื่อได้ขนาดไหน ส่วนคำตอบก็คือ ไม่แน่ เพราะขนาดคนคุยด้วยยังไม่รู้แล้วใครจะรู้
การ Chat มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าเขาใช้งานมากน้อยอย่างไร หนักไปทางข้อดีหรือข้อเสีย ข้อดีที่ทุกคนคงไม่ปฏิเสธก็คือการได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ได้แนวความคิดหลากหลาย มองโลกได้กว้างขึ้นโดยที่ไม่ได้ไปแสวงหาที่ไหนไกลให้เหนื่อยแรง ได้รับรู้ประสบการณ์ของผู้อื่นพร้อมกับเผยแพร่ประสบการณ์ของตัวเองที่เป็นประโยชน์ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มากมาย และอื่น ๆ อีกมหาศาล ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัด ก็คงจะเป็นอาการติดงอมแงม ไม่ไปไหน มัวแต่คุยเรื่องไร้สาระ ไม่ทำอะไร นอกจากคุย ๆ และก็คุยอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จนคนรอบข้างอยากพังคอมพิวเตอร์ทิ้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.geocities.com/meetingshop2000/chat.htm
Internet Relay Chat หรือ IRC คือ ระบบเครือข่าย (ผู้ใช้บริการ/ผู้ให้บริการ) อำนวยความสะดวกในการสื่อสารคุยกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันในลักษณะ การส่งข้อความโต้ตอบกัน ผู้ใช้งานสามารถที่จะจัดตั้ง Channel , ห้องหรือกลุ่มของตัวเองในการที่จะคุยพร้อมๆ กันหลายๆ คน หรือต้องการคุยในลักษณะส่วนตัวก็สามารถที่จะทำได้ หลังจากที่ท่านเข้าสู่ระบบ Internet แล้ว ผู้ใช้งานที่มีความประสงค์ที่จะใช้งาน IRC จำเป็นที่จะต้องทำการ Join หรือติดต่อกับ Server ที่ให้บริการ IRC เสียก่อน เพื่อให้ Server IRC นั้นเป็นตัวกลางในการส่งข้อความจากท่านไปยังเพื่อนๆ ของท่าน ผ่านโปรแกรมใช้งาน IRC ในฝั่ง ผู้ใช้งานทั่วไป นั้นก็มีด้วยกันหลายโปรแกรม อาทิเช่น IRC II , PIRCH , MIRC , MsChat และอื่นๆ จากนั้นก็สามารถคุยกันได้อย่างสนุกสนาน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaicleannet.com/modules.php?name=tcn_stories_view&sid=223
ใช้โปรแกรม Chat โดยเฉพาะ การสนทนากันโดยใช้โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการคุยโดยเฉพาะ ซึ่งมีความสามารถในการคุยสูงกว่าห้องสนทนาตามเวบไซต์ ตัวอย่างโปรแกรมก็เช่น ICQ, MSN Messenger เป็นต้น โปรแกรม ICQ และ MSN Messenger เป็นโปรแกรมยอดนิยมซึ่งนักเล่นอินเทอร์เน็ตมีกันเกือบทุกคน (100 ล้านกว่าคนทั่วโลกมีโปรแกรมนี้ใช้) มีความสามารถหลากหลาย และตัวนี้เป็นฟรีซอฟต์แวร์ นอกจากนั้นยังมีโปรแกรม Chat ยอดนิยมที่นักเล่นอินเทอร์เน็ตนิยมใช้กันอีกหลายโปรแกรมเช่น Pirch และ mIRC
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaicleannet.com/modules.php?name=tcn_stories_view&sid=223
Chat ตามเวบไซต์ เราสามารถเข้าไปสนทนากันได้ที่เว็บไซต์ที่จัดให้บริการห้องสนทนา วิธีนี้ไม่ยุ่งยากอะไร ไม่ต้องเสียเงิน โดยเข้าไปในเวบไซต์ต่างๆ ที่มีห้องสนทนาให้ เช่น http://www.thaiirc.in.th/ วิธีการก็แค่ เลือกห้องสนทนาที่ต้องการ แล้วลงชื่อ จากนั้นก็จะสามารถเข้าไปสนทนาได้ทันที โดยเป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้บราวเซอร์ปกติ เหมือนท่องอินเทอร์เน็ตทั่วไป โดยนิยาม Text Chat คือ คุณจะต้องพิมพ์ข้อความที่จะคุยลงไปแล้วอีกฝ่ายก็จะตอบกลับมาเป็นข้อความเช่นกัน แต่วิธีการนี้มีข้อเสียคือ จะมีผู้อื่นอยู่ร่วมห้องสนทนากับเราด้วย และผู้อื่นก็สามารถที่จะอ่านได้และเราเองก็จะสามารถอ่านข้อความสนทนาของผู้อื่นได้เช่นกัน และถ้ามีคนอยู่ในห้องสนทนานั้นมากๆ ก็จะทำให้ช้า หรือไม่ก็ทำให้เราอ่านข้อความของคู่สนทนาของเราไม่ทัน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaicleannet.com/modules.php?name=tcn_stories_view&sid=223
อินเทอร์เน็ต นอกจากจะให้เราได้ค้นหาข้อมูล งานวิจัยต่าง ๆได้มากมายแล้ว ก็ยังหาเพื่อนสนิทชนิดที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ หรือเพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็น หรือปรึกษาปัญหา ก็ตามแต่ การ Chat ก็คือเป็นกิจกรรมยอดฮิตกิจกรรมหนึ่งเลยทีเดียวบางคนอาจแค่คุยกับใครสักคนแก้เซ็ง แต่บางคนอาจจะคุยกับเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่อยู่ไกลกันเพื่อประหยัดค่าโทรศัพท์ทางไกล (แต่ก็ลงทุนเสียค่าอินเทอร์เน็ตแทน) “Chat” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สนทนาอย่างเป็นกันเอง สำหรับในอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน ต่างกันเพียงแค่เป็นการคุยโดยใช้วิธีพิมพ์ข้อความลงไปเท่านั้น ไม่ได้ใช้เสียง แต่ก็มีบางโปรแกรมที่สามารถคุยแล้วสามารถเห็นหน้ากัน หรือแม้แต่ได้ยินเสียง อาทิเช่น โปรแกรม ICQ ,Net meeting เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประเภทนี้บางตัวคล้าย กับการใช้ห้องสนทนาตามเวบไซต์ เช่น ICQ ซึ่งมีทั้งความเป็นส่วนตัวโดยการส่งเมสเสจคุยกัน หรือจะรวมกลุ่มเปิดห้องสนทนากันหลายๆ คนก็ได้ถ้าต้องการ แต่ซอฟต์แวร์บางตัวก็เป็นการสนทนากันด้วยเสียงคำพูด(ต้องมีไมโครโฟน) หรือไม่ก็เป็นวิดีโอภาพ(ต้องใช้เวบแคม)
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaicleannet.com/modules.php?name=tcn_stories_view&sid=223